top of page

เล่าประสบการณ์ซ้อม Spartan Workout และสิ่งที่ได้ซึ่งมากกว่าแค่การออกกำลังกาย

  • Writer: Investor Digest
    Investor Digest
  • Aug 11, 2018
  • 1 min read

เมื่อช่วงประมาณต้นปี ผมเห็น Event หนึ่งใน Facebook ชื่อ Spartan Race

ชื่อฟังดูเท่ ดูฮึกเหิมดี เลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติมว่ามันเป็นยังไง และนี่คือตัวอย่างของกิจกรรมครับ


Credit: https://www.facebook.com/spartanracethailand/

Credit: https://www.facebook.com/spartanracethailand/

Credit: https://www.facebook.com/spartanracethailand/


Credit: https://www.facebook.com/spartanracethailand/

สรุป มันคือ การวิ่งวิบากนั่นเอง (Obstacle Race) !!!

พอได้ดูรูปก็เลยไปหาคลิปดูเพิ่มเติมใน Youtube ว่ามันจะโหดขนาดไหน พอได้ดูแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าดูจะโหดกว่าที่จินตนาการ แต่ก็ยิ่งทำให้รู้สึกอยากลอง แต่พอดีว่ารอบที่จะจัดตอนเมษายนผมไม่สะดวก เพราะอยากเตรียมสอบ CFA ก็เลยกะว่าจะรอปีหน้า


แต่พอมาช่วงมิถุนายนปรากฎว่าจะมีจัดรอบพฤศจิกายนก็เลยไม่รอช้า สมัครทันที โดยสมัครประเภท Sprint ไป เพราะเป็นประเภทสำหรับ Beginner


Credit: https://www.facebook.com/spartanracethailand/

พื้นฐานแล้วผมเป็นคนที่ชอบออกกำลังกายแบบ Weight Training แต่เพิ่งหันมาเริ่มวิ่งเมื่อไม่นานนี้ครับ (ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งเดี๋ยวผมจะมารีวิวให้ฟังอีกทีครับ) ก็เลยคิดว่าน่าจะไหวอยู่ ซ้อมเพิ่มเติมนิดหน่อยคงจะลุยจนจบได้


จนกระทั่งวันนี้ผมได้ไปลองร่วมซ้อม Spartan workout ซึ่งเป็นเหมือน Benefit สำหรับชาว Spartan ให้มีโอกาสได้ลองซ้อมก่อน โดยรอบนี้ไปจัดที่ คงสิทธามวยไทย ระยะเวลาในการซ้อมทั้งหมด 2 ชม. ผลคือ พังมากครับ ยิ่งช่วงชั่วโมงที่สองนี่แทบอยากจะตายลงตรงนั้นเลยทีเดียว


การซ้อมเริ่มต้นด้วยการไปวอร์มอัพร่างกายกลางสายฝนเล็กน้อย แล้วก็พาวิ่งยาวประมาณ 2 กม. นิด ๆ ซึ่งไม่ได้วิ่งด้วย Pace 9-10 ชิล ๆ นะครับ วิ่งประมาณ Pace 6-7 เลยทีเดียว Heart Rate ผมนี่ขึ้นไปโซน 3-4 รัว ๆ


หลังจากวิ่งเสร็จ กลับมาก็ได้พักประมาณ 2-3 นาที แล้วก็เข้าสู่การออกกำลังกายแบบ HIIT ซึ่งมีทั้งหมด 5 Station ต่อ 1 Set โดยทำทั้งหมด 3 set สำหรับการออกกำลังกายในแต่ละ Set จะแบ่งเป็น workout 45 วินาที แล้วก็พัก 15 วินาทีเพื่อเปลี่ยน Station แล้วลุยต่อ ซึ่งทั้ง 5 Station ประกอบด้วย

  1. Dead Hang

  2. Squat Jump

  3. Kettlebell Swing

  4. Hex Hold

  5. Powerball + Burpee

แต่ละท่าสามารถลองเสิร์ชใน Youtube ดูได้ครับ ซึ่งดูแล้วจะรู้สึกธรรมดามาก แต่พอต้องทำแบบ HIIT ต่อเนื่อง 5 Station 3 Set เท่านั้นแหละ รู้เรื่อง!


หลังจากจบ HIIT ก็พักประมาณ 1 นาที แล้วไปแบกถังแล้วเดินรอบค่ายซึ่งระยะทางน่าจะประมาณ 700-800 เมตรได้ โดยผู้ชายต้องแบกประมาณ 20-25 Kg ส่วนผู้หญิงต้องแบกประมาณ 10-15 Kg ถ้าใครนึกภาพไม่ออก ก็จะประมาณนี้ครับ


Credit: https://www.facebook.com/spartanracethailand/

ซึ่งสำหรับผมแล้ว ด่านนี้เป็นด่านที่ยากที่สุดสำหรับผม และผมก็ซ้อมไม่ผ่านด่านนี้ด้วย ต้องไปฝึกเพิ่มอีกเยอะมาก


หลังจากแบกถังกลับมาถึงค่ายปุบ ไม่ต้องพักครับ ไป Body Weight Training กันต่อ โดยทำทั้งหมด 3 ท่า 3 เซต ได้แก่

  1. Squat

  2. Push Up

  3. Ninja Jump

เหมือนเดิมครับ 1 Set Workout 45 วินาที พัก 15 วินาที ณ ตอนนั้นเริ่มรู้สึกอยากจะหมดสติมันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยทีเดียว แต่ก็ยังทนอึดผ่านมาได้ครับ แล้วก็พักประมาณ 2-3 นาทีก็ เข้า Station ซ้อมใกล้เคียงของจริง ตั้งแต่กระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง ปีนข้ามกำแพง ไต่ราว ลอดลวดหนาม (อันนี้เค้าใช้เชือกฟางผูกเอาครับ) แล้วก็เป็นอันจบ Spartan Workout วันนี้


สิ่งที่รู้สึกช่วงระหว่างทำกิจกรรม คือ รู้สึกอยากจะตายให้ได้ ไม่ไหว โคตรเหนื่อยแบบไม่เคยขนาดนี้มาก่อน


แต่สิ่งที่รู้สึกหลังทำกิจกรรมเสร็จ คือ เออว่ะ สุดท้ายเราก็ทนอึดจนจบได้นี่หว่า แม้จะโคตรเหนื่อยโคตรทรมานจนอยากจะเลิก ซึ่งเอาจริง ๆ ผมจะหยุดแล้วเดินออก ขับรถกลับบ้านเลยก็ได้นะ แต่เราเลือกมาแล้วไง มีความตั้งใจว่าจะต้องพิชิต Event นี้ให้ได้ ถ้าแค่ซ้อมยังอ่อนข้อให้ตัวเองแล้วยอมแพ้ ก็ไม่ต้องไปหวังแล้วว่าวันจริงมันจะจบ สุดท้ายก็เลยเลือกที่จะฝืนร่างกาย ดันลิมิตร่างกายให้มากขึ้นไปอีก จนสามารถซ้อมจนจบในที่สุด ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มกำลังใจแล้ว ยังสร้างความมั่นใจได้ระดับหนึ่งว่าเราน่าจะไหวแน่ ๆ ละ และที่สำคัญมันทำให้เรารู้ว่าเรายังไม่ฟิตพอ ร่างกายยังไม่พร้อม เราเห็นจุดอ่อนของเราว่าเรายังขาดความแข็งแกร่งจุดไหน เพื่อไปพัฒนาเพิ่ม ไปฟิตเพิ่ม เพื่อให้ถึงวันจริงเราจะมีความพร้อมกว่านี้นั่นเอง ซึ่งผมเองก็ได้เห็นนะครับว่าคนอื่น ๆ ที่มาร่วมกิจกรรมวันนี้เค้าก็จะมีข้อจำกัดของร่างกายตัวเองแตกต่างกันไปเช่นกัน ซึ่งก็เชื่อได้ว่าพวกเค้าต้องกลับไปฟิตเพิ่มกว่านี้เช่นกัน


เรื่องนี้มันก็ทำให้ผมนึกย้อนกลับมาถึงการใช้ชีวิตของเรานะครับ


คนเราทุกคนมีเป้าหมาย มีสิ่งที่อยากจะทำให้ได้ มีสิ่งที่ใฝ่ฝันอยากจะไปให้ถึงหรืออยากจะเป็น

แต่ขณะเดียวกันแต่ละคนก็จะมีข้อจำกัด มีเงื่อนไขชีวิตที่แตกต่างกันไป การจะใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองต้องการ การพิชิตเป้าหมาย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ในทุก ๆ วัน เราต้องต่อสู้กับสิ่งต่าง ๆ มากมาย ทั้งจากสังคม คนรอบตัว และตัวเราเอง ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจเกินกว่าที่จะลงมือทำในสิ่งที่เราควรจะทำเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย ให้เรากลายเป็นแบบที่เราอยากจะเป็นในอนาคต


...แต่สุดท้ายแล้ว คนที่จะลากเราไปถึงจุดหมายได้มันก็มีแค่คนเดียว คือ ตัวเรา ไม่มีใครทำแทนได้ ดังนั้นเราจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก ฝืนลากตัวเองต่อไปให้ได้


...อาจจะช้า อาจจะนาน อาจจะใช้เวลาเกินกว่าที่เคยคิดไว้ แต่อย่างน้อยเราก็ได้เห็นร่องรอยว่าเราได้ออกเดินทางมาแล้ว เราอาจจะยังเห็นเส้นชัยยังอยู่อีกไกล แต่ขณะเดียวกันเราก็มาไกลจากจุดเริ่มต้นมากแล้วเช่นกัน


...และในระหว่างทางไม่ได้มีใครมาบังคับเราเลยว่าห้ามหยุดพักนะ ห้ามท้อนะ ไม่มีเลย เพราะมันเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะเข้มแข็ง กำลังใจดีได้ตลอดเวลา เราต้องมีช่วงที่พัก อยู่เฉย ๆ เถลไถล

แต่เราแค่อย่าหยุดนานเกินไป ถึงจุดหนึ่งก็ต้องบังคับตัวเองให้ไปต่อ


...แล้ววันหนึ่งเส้นชัยก็จะอยู่ตรงหน้ารอให้เราเดินไปหาด้วยความตื้นตันพร้อมรอยแผลมากมายจากการเติบโตขึ้นระหว่างทาง


ผมเองก็ยังไม่ใช่คนเก่งหรือประสบความสำเร็จที่จะมาสอนใครได้ แต่อย่างน้อยผมเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่กำลังออกเดินทางเหมือนคุณนั่นล่ะครับ มีทั้งช่วงที่ไฟลุก เหนื่อย หมดไฟ ท้อ แล้วก็ไปต่อ ดังนั้นอย่างน้อยผมก็หวังว่าสิ่งที่ผมแชร์นี้มันจะเหมือนเป็นการตบบ่าให้กำลังใจ ให้คุณมีแรงไปต่อได้นะครับ :)

Comments


Post: Blog2_Post

©2018 by InvestorDigest. Proudly created with Wix.com

bottom of page